1. คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ ให้คำนิยามได้ดังนี้
- จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บุคคลในแต่ละวิชาชีพได้ประมวลขึ้นเป็นหลัก เพื่อให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ยึดถือปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นถึงจริยธรรมปลูกฝัง และเสริมสร้างให้สมาชิกมีจิตสำนึกบังเกิดขึ้นในตนเองเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติในทางที่ถูกที่ควร และมุ่งหวังให้สมาชิกได้ยึดถือ เพื่อรักษาชื่อเสียงและส่งเสริมเกียรติคุณของสมาชิก และสาขาวิชาชีพของตน
- จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติศีลธรรม กฎศีลธรรม ซึ่งก็คือ กฎเกณฑ์ความประพฤติของมนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นจากธรรมชาติของมนุษย์เอง ความเป็นผู้มีปรีชาญาณ (ปัญญาและเหตุผล) ทําให้มนุษย์มีมโนธรรม รู้จักแยกแยะความถูก ผิด ควร ไม่ควร
- คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดีเป็นสภาพคุณงามความดีทางความ ประพฤติและจิตใจ ซึÉงสามารถแยกออกเป็น 2 ความหมาย คือ ความประพฤติดีงามและการรู้จักไตร่ตรองว่าอะไรควรทําไม่ควรทํา
- ค่านิยม หมายถึง ทัศนะของคนหรือสังคมที่มีต่อสิ่งของ ความคิด และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปรารถนา คุณค่าและความถูกต้องของสังคมนั้นๆ
- จารีตประเพณี หมายถึง ระเบียบแบบแผนหรือแนวทางการประพฤติปฏิบัติที่สืบทอดกันมาช้านานและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม
- กฎหมาย หมายถึง กฎเกณฑ์ ข้อบังคับที่ใช้ควบคุมความประพฤติของมนุษย์ในสังคม กฎหมาย มีลักษณะเป็นคำสั่ง ข้อห้าม ที่มาจากผู้มีอำนาจสูงสุดในสังคมใช้บังคับได้ทั่วไป ใครฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษหรือสภาพบังคับอย่างใดอย่างหนึ่ง
จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย มีความเหมือนกัน คือ เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้สังคมนั้นอยู่อย่างสงบสุข ซึ่งอาจจะเป็นการปฏิบัติที่สืบต่อกันมา หรือได้รับมาจากสังคมอื่นๆแต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นการประพฤติปฏิบัติของคนในสังคม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะใช้กับกลุ่มคนในสังคมได้กว้างแค่ไหน เช่น จรรยาบรรณแต่ละสาขาอาชีพก็ย่อมแตกต่างกัน ฉะนั้นแต่ละสาขาอาชีพต้องปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของอาชีพนั้น แต่ถ้าเป็นกฎหมายทุกคนในสังคมต้องปฏิบัติตาม ในเรื่องของกฎหมาย นักบริหารต้องคำนึงถึงหลักกฎหมายอย่างเป็นธรรม กฎหมายบ้านเมืองเป็นตัวกำหนดคุณธรรมและจริยธรรมในด้านการกระทำต่อกันในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ เพื่อขจัดความขัดแย้งระหว่างประชาชนในประเทศนั้น ๆ
..........................................................................................................................................
2. ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้ สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง
..........................................................................................................................................
2. ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้ สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง
ตอบ ในการอยู่ร่วมกันของสังคมมนุษย์ย่อมเกิดความขัดแย้ง การทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายเพื่อเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการควบคุมความประพฤติของมนุษย์ ลดความขัดแย้งของประชาชนเพื่อรักษาความเป็นระเบียบ และช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับสังคม กฎหมาย คือ สิ่งที่คนในสังคมต้องยึดถือปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าหากไม่มีกฎหมายสังคมจะมีแต่ความวุ่นวาย ทุกคนจะทำตามใจของตนเองเพราะต่างคนต่างมองว่าตนจะทำอะไรก็ได้ไม่ผิด จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองมีความสุข จะมีแต่ความเดือดร้อน มีอาชญากรรม มีโจรผู้ร้าย คนที่ทำผิดก็จะไม่ได้รับการลงโทษ ประชาชนก็จะมีสิทธิและเสรีภาพไม่เท่าเทียมกัน และจากที่ว่าถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับให้ สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักกฎหมายได้บัญญัติขึ้น ตอบว่า จริง แต่ในบางครั้งก็ยังมีบุคคลบางกลุ่มที่ยังฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่าหากจับได้ว่ากระทำความผิด ก็จะต้องได้รับโทษตามกฏหมายนั้น
..........................................................................................................................................
3. พระราชบัญญัติการการศึกษา มีหลักในการจัดการศึกษาและแนวการจัดการศึกษาทำได้อย่างไร จงอธิบาย
..........................................................................................................................................
3. พระราชบัญญัติการการศึกษา มีหลักในการจัดการศึกษาและแนวการจัดการศึกษาทำได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ผู้เรียนทุกคน สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ดังนั้นกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ การจัดการศึกษาทั้งสามรูปแบบในหมวด 3 ต้องเน้นทั้งความรู้ คุณธรรม และ กระบวนการเรียนรู้ ในเรื่องสาระความรู้ ให้บูรณาการความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละระดับการศึกษา ได้แก่ ด้านความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสังคม ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ด้านภาษา โดยเฉพาะการใช้ภาษาไทย ด้านคณิตศาสตร์ ด้านการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่สอดคล้องกับ ความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมทั้งให้ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติจริง ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างสมดุล และปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในทุกวิชา นอกจากนั้น ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ยังต้องส่งเสริมให้ผู้สอน จัดบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินงาน และการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ การประเมินผลผู้เรียน ให้สถานศึกษาพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ส่วนการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อ ให้ใช้วิธีการที่หลากหลายและนำผลการประเมินผู้เรียนมาใช้ประกอบด้วย หลักสูตรการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท ต้องมีความหลากหลาย โดยส่วน กลางจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นความเป็นไทยและความเป็นพลเมืองดี การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อและให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคุณลักษณะของสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชนสังคมและประเทศชาติ สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพิ่มเรื่องการพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย ทั้งนี้เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และสังคมศึกษาด้วย
..........................................................................................................................................
4. ในฐานะที่นักศึกษาทุกคนทราบว่าประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิวัติ นักศึกษาคิดว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก สาหตุอย่างไร วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดีหรือไม่ดีจงให้เหตุผลและอธิบาย
..........................................................................................................................................
4. ในฐานะที่นักศึกษาทุกคนทราบว่าประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิวัติ นักศึกษาคิดว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก สาหตุอย่างไร วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดีหรือไม่ดีจงให้เหตุผลและอธิบาย
ตอบ สาเหตุคือปัจจุบันมีการปรับปรุงระบบการศึกษาในหลายด้าน เพราะเนื่องจากระบบการศึกษาต้องขึ้นอยู่เขตพื้นที่การศึกษา เป็นการรวมอำนาจไว้ที่เดียว เรื่องของความดูแล เรื่องต่างๆของระบบการศึกษาจึงไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ทั่วถึงและเกิดการทุจริตในเรื่องของการทำงานเป็นอย่างมากการศึกษาไทยเรียนมากแต่ผลสัมฤทธิ์ออกมาต่ำ นักเรียนไม่สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ทำงานบ้านไม่เป็น ใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์ ได้ลงมาดูการศึกษาที่เป็นอยู่จริงและเกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ดี แต่ต้องเข้ามาดูระบบการศึกษาอย่างจริงจัง และก็ต้องค่อยๆปรับปรุงระบบการศึกษาไปทีละขั้น พยายามเข้ามาปรับให้การศึกษา เรียนให้น้อยลง และกระจายอำนาจให้มากขึ้นจะได้ดูแลระบบการศึกษาได้อย่างทั่วถึงอีกทั้งพยายามเข้ามาจัดระบบการเรียนการสอน ให้นักเรียนเรียนรู้ให้มากขึ้น มีความรู้หลากหลายด้านและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในสังคม
..........................................................................................................................................
5.ความเคลื่อนไหวทางการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศมีการปฏิรูปขึ้น หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย
วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ดี แต่ต้องเข้ามาดูระบบการศึกษาอย่างจริงจัง และก็ต้องค่อยๆปรับปรุงระบบการศึกษาไปทีละขั้น พยายามเข้ามาปรับให้การศึกษา เรียนให้น้อยลง และกระจายอำนาจให้มากขึ้นจะได้ดูแลระบบการศึกษาได้อย่างทั่วถึงอีกทั้งพยายามเข้ามาจัดระบบการเรียนการสอน ให้นักเรียนเรียนรู้ให้มากขึ้น มีความรู้หลากหลายด้านและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในสังคม
..........................................................................................................................................
5.ความเคลื่อนไหวทางการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศมีการปฏิรูปขึ้น หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ เห็นด้วยที่เป็นการกระจายอำนาจอย่างทั่วถึงให้สามารถดูแลระบบการศึกษาได้ เป็นการได้ป้องกันกับการทุจริตในรูปแบบต่างๆ เช่น ในด้านของงบประมาณต่างๆของทางราชการ หรือการบริหารงานอื่นๆ เป็นต้น แต่บางมุมก็ไม่เห็นด้วยเพราะอาจเกิดช่องโหว่ เพราะว่าการบริหารงานที่อาจจะไม่ทั่วถึงเนื่องจากศูนย์กลางของแต่ละจังหวัดมีเพียงแค่ที่เดียว
..........................................................................................................................................
6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้ ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
..........................................................................................................................................
6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้ ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
ตอบ ในฐานะที่จะไปเป็นนักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา วิชากฎหมายถือได้มีความสำคัญยิ่ง เปรียบเสมือนแนวทางในการปฏิบัติตัวเองในสถานศึกษา เป็นภูมิคุ้มกันตัวเองในการฝึกสอน ต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับการศึกษาเพราะต้องมีการทำงานร่วมกับผู้ปกครอง โรงเรียน เพื่อนครูด้วยกัน และรวมไปถึงตัวนักเรียน ต้องรู้จักว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดไม่สามารถกระทำได้เพราะถ้าหากเราไปกระทำตัวผิด ตามกฎหมายอาจจะเกิดความเสียหายได้ในภายหลัง เช่น การลงโทษเด็กนักเรียน ว่าควรทำอย่างไรได้บ้าง ในการลงโทษห้ามทำด้วยความโกรธเคืองกระทำได้ด้วยการที่หวังดี และได้ทราบว่าขอบเขตของการปฏิบัติต่อนักเรียนสามารถทำได้มากน้อยพียงใดความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ถ้าหากมีนักเรียนโดนรังแกหรือโดนทำร้ายเราสามารถใช้ความรู้เหล่านี้ในการช่วยเหลือนักเรียนได้ ความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบที่ว่าด้วยพานักเรียนไปทัศนศึกษา ถ้าจะพานักเรียนไปทัศนศึกษานอกสถานที่ก็ได้ทำหนังสือขออนุญาต จัดอาจารย์ไปด้วยกันถูก เป็นต้น
..........................................................................................................................................
7. คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร มีหลักการประกันอย่างไร ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียนว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร (ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
..........................................................................................................................................
7. คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร มีหลักการประกันอย่างไร ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียนว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร (ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
ตอบ การประกันคุณภาพ หมายถึง การทำกิจกรรม หรือ การปฏิบัติภารกิจหลักอย่างมีระบบตามแบบแผนที่กำหนดไว้ โดยมีการควบคุมคุณภาพ (QUALITY CONTROL) การตรวจสอบคุณภาพ (QUALITY AUDITING) และการประเมินคุณภาพ (QUALITTY ASSESSMENT) จนทำให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของดัชนี ชี้วัด ระบบและกระบวนการผลิต ผลผลิตและผลลัพธ์ ของการจัดการศึกษา ประกอบด้วยการประกันคุณภาพภายใน และการประกันคุณภาพภายนอก
หลักการของการประกันคุณภาพการศึกษา
1) การสร้างความมั่นใจและสร้างความพึงพอใจในคุณภาพการศึกษา
2) การป้องกันปัญหา ต้องมีการวางแผนและเตรียมการ
3) การตั้งมั่นบนหลักวิชาในการพัฒนาหลักวิชาชีพ
4) การดำเนินงานสามารถติดตามตรวจสอบและประเมินตนเองได้
5) การดำเนินงานเน้นคุณภาพในการปฏิบัติงานทุกระดับทุกขั้นตอน
6) การสร้างความรู้ ทักษะและความมั่นใจให้กับบุคลากรในสถานศึกษา
7) การประสานสัมพันธ์ในองค์กร บุคลากรในพื้นที่
8) การเน้นภาวะผู้นำของผู้บริหาร
ถ้าหน่วยงานลงมือทำเอง เรียกว่า การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน หมายถึง การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาจากภายใน โดยวงจรPDCA(Plan – Do – Check – Act) เป็นการปฏิบัติโดยบุคลากรของสถาบันการศึกษาหรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มี
ขั้นตอนการประกันคุณภาพการศึกษา
การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
1) ศึกษาและเตรียมการ
2) วางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา
3) ดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาตามแผน
4) ตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
5) พัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
6) เตรียมการเพื่อรับการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา)
หากนอกสังกัดลงมือทำเรียกว่า การประกันคุณภาพการศึกษาภายนอก การประเมินผล
และการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาจากภายนอกโดย สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรอง เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษา
..........................................................................................................................................
8.ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้
หลักการของการประกันคุณภาพการศึกษา
1) การสร้างความมั่นใจและสร้างความพึงพอใจในคุณภาพการศึกษา
2) การป้องกันปัญหา ต้องมีการวางแผนและเตรียมการ
3) การตั้งมั่นบนหลักวิชาในการพัฒนาหลักวิชาชีพ
4) การดำเนินงานสามารถติดตามตรวจสอบและประเมินตนเองได้
5) การดำเนินงานเน้นคุณภาพในการปฏิบัติงานทุกระดับทุกขั้นตอน
6) การสร้างความรู้ ทักษะและความมั่นใจให้กับบุคลากรในสถานศึกษา
7) การประสานสัมพันธ์ในองค์กร บุคลากรในพื้นที่
8) การเน้นภาวะผู้นำของผู้บริหาร
ถ้าหน่วยงานลงมือทำเอง เรียกว่า การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน หมายถึง การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาจากภายใน โดยวงจรPDCA(Plan – Do – Check – Act) เป็นการปฏิบัติโดยบุคลากรของสถาบันการศึกษาหรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มี
ขั้นตอนการประกันคุณภาพการศึกษา
การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
1) ศึกษาและเตรียมการ
2) วางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา
3) ดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาตามแผน
4) ตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
5) พัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
6) เตรียมการเพื่อรับการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา)
หากนอกสังกัดลงมือทำเรียกว่า การประกันคุณภาพการศึกษาภายนอก การประเมินผล
และการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาจากภายนอกโดย สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรอง เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษา
..........................................................................................................................................
8.ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้
ตอบ การที่เราเข้าไปมีบทบาท ต่อการจัดการเรียนการสอน สามารถนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้ คือ นำกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก มาประยุกต์ใช้ โดยไม่กระทำการฝ่าฝืนเด็กตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ เช่น ลงโทษเด็กจนเกินเหตุ ชู้สาว เป็นต้น ในส่วนของชุมชน ก็นำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรับสมัครนักเรียนเข้าสถานศึกษา โดยประสานกับผู้ปกครองให้รับทราบถึงกฎ ข้อระเบียบ เกณฑ์ ในการเข้ารับการศึกษาต่างๆ โดยทำความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง ส่วนการดูแลนักเรียน ก็นำกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับของเด็กนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นค่าเล่าเรียน อาหารกลางวันฟรี ทุนการศึกษา เป็นต้นโดยจะให้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ และเท่าเทียมกันทุกคนให้เด็กนักเรียนได้พัฒนาตนเอง และสามารถช่วยเหลือนักเรียนได้
..........................................................................................................................................
9. วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวีงอย่างไร
..........................................................................................................................................
9. วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวีงอย่างไร
ตอบ ในการเรียนในวิชานี้มีประโยชน์มาก เพราะว่าเป็นรายวิชาที่มีความสำคัญต่อนักศึกษา เป็นการศึกษาที่เกี่ยวการศึกษา ซึ่งจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับนักเรียนและตัวของครูผู้สอนเองเมื่อเรียนไปแล้วจะได้รู้จักการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในโรงเรียนได้อย่างเหมาะสม เพราะในขณะที่ออกฝึกสอนต้องพบเจอกับนักเรียนซึ่งมีความแตกต่างกัน และเราในฐานะครูจะได้กระทำตัวถูก
หากไม่ได้เรียนในรายวิชาไปก่อนก็อาจจะทำให้ ไม่รู้จักการวางตนหรือการปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสม อาจจะเกิดการเข้าใจผิดในหน้าที่หรือบกพร่องต่อหน้าที่ได้ เพราะไม่ได้รู้ขอบเขตของการดำเนินการปฏิบัติงาน เช่น อาจจะลงโทษเด็กหนักไป เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดการลงโทษ เป็นต้น ซึ่งย่อมส่งผลเสียต่อตัวผู้สอนเอง เพราะฉะนั้นในโรงเรียนจะมีข้อกฎหมายที่เข้ามามีบทบาทต่อครูและนักเรียน ดังนั้น จึงต้องมีความตระหนักและระมัดระวังการกระทำ ต้องระลึกอยู่เสมอว่าเราอยู่ในฐานนะอะไรและต้องปฏิบัติตัวให้มีความเหมาะสมสถานะที่เราเป็น
..........................................................................................................................................
หากไม่ได้เรียนในรายวิชาไปก่อนก็อาจจะทำให้ ไม่รู้จักการวางตนหรือการปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสม อาจจะเกิดการเข้าใจผิดในหน้าที่หรือบกพร่องต่อหน้าที่ได้ เพราะไม่ได้รู้ขอบเขตของการดำเนินการปฏิบัติงาน เช่น อาจจะลงโทษเด็กหนักไป เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดการลงโทษ เป็นต้น ซึ่งย่อมส่งผลเสียต่อตัวผู้สอนเอง เพราะฉะนั้นในโรงเรียนจะมีข้อกฎหมายที่เข้ามามีบทบาทต่อครูและนักเรียน ดังนั้น จึงต้องมีความตระหนักและระมัดระวังการกระทำ ต้องระลึกอยู่เสมอว่าเราอยู่ในฐานนะอะไรและต้องปฏิบัติตัวให้มีความเหมาะสมสถานะที่เราเป็น
..........................................................................................................................................
10. การสอนแบบใช้เทคโนโลยีเวบล็อกผสมผสานกับรายงานของนักศึกษา นักศึกษาคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่อย่างไรจงแสดงความคิดเห็นตามแนวคิดของนักศึกษา
ตอบ การนำเว็บบล็อก มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะทำให้มีความสะดวกในการเรียนการสอน การรายงานต่างๆ เพราะเราสามารถศึกษาและค้นคว้าได้ทุกที่ ที่มีอินเตอร์เน็ต สะดวกในการทำงานส่ง ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในเรื่องเอกสาร เป็นการจัดการศึกษาที่ถือว่าอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เรียนและผู้สอนได้อย่างเต็มที่ เพราะเนื้อหาที่มากมายในรายวิชานี้หากต้องใช้เอกสารในการประกอบการเรียนการสอนก็จะต้องมีเอกสารมากมาย ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลือง เมื่อมีเว็บบล็อก เราก็สามารถศึกษาเอกสารได้จากที่ผู้สอนได้โพสลงในเว็บบล็อกของผู้สอนเอง อีกทั้งในการรายงานของนักศึกษาเองก็เป็นการกระตุ้นให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นการยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเองจะทำให้เราจดจำเนื้อหาได้มากว่าการฟังบรรยาย
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น