วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 7

แบบฝึกหัด แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2545-2559)

1.จงบอกสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างและท่านมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
ตอบ จากสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน แยกเป็นประเด็นปัญหาที่พบ ได้ดังนี้
  • ด้านประชากร การเปลี่ยนไปของโครงสร้างประชากร เป็นปัญหาที่พบ ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากจำนวนประชากรที่มีแน้วโน้มสูงขึ้นในปี พ.ศ.2560 ประชากรวัยสูงอายุจะมีจำนวนมากขึ้น ขณะที่แนวโน้มของประชากรวัยเรียนอยู่ในภาวะคงที่หรือลดลง ทำให้สังคมก้าวสู่สังคมสูงอายุในอีก 15 ปีข้างหน้า จะส่งผลให้มีการกระจายตัวของประชากรที่เพิ่มขึ้น และอย่างไรก็ตามในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอย จะต้องมีการเคลื่อนย้ายประชากรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้องกำหนดแนวทางทั้งด้านนโยบายและการปฏิบัติ ที่ตอบสนองการเปลี่ยนไปของโครงสร้างประชากรดังกล่าว- ความไม่พร้อมของเด็กปฐมวัย มีสาเหตุมาจากการขาดสารอาหารต่อการพัฒนาร่างกายทำให้เด็กเติบโตไม่สมวัย และยังส่งผลกระทบต่อสมอง ทำให้มีสติปัญญาต่ำกว่าวัย ซึ่งสภาพปัญหานี้รัฐได้ทำการแก้ไขแต่ก็ไม่มัประสิธิภาพดีพอ ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้องให้สถาบันการศึกษาและสถาบันสังคมในส่วนต่างๆเข้ามาช่วยพัฒนาและปฏิรูปการเรียนรู้ ตลอดจนตระหนักถึงสุขภาพอนามัยรวมถึงภาวะทุพโภชนาการด้วย- เด็กในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปัญหาที่พบก็จะเป็นการให้บริการการศึกษาในระบบและนอกระบบยังไม่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านยาเสพติด ความยากจน ทุพโภชนาการ ความเจ็บป่วย การลงทุนทางการศึกษาที่ยังมีข้อจำกัดกับความสูญปล่าว ส่งผลให้ผลผลิตของการศึกษาย่อหย่อนกระทบถึงสังคมดดยส่วนรวม และไม่อาจเทียบกับมาตรฐานการศึกษาของนาๆชาติดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี โดยรัฐไม่เก็บค่าใช้จ่าย ปฏิรูปการเรียนรู้ให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ มีความรู้คูคุณธรรม โลกทัศน์กว้าง รอบรู้ ใฝ่หาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคโลกาภิวัตน์- ประชากรในกลุ่มวัยกำลังแรงงาน จากวิกฤตเศรษฐกิจกลางปี พ.ศ.2540 ส่งผลกระทบให้เกิดภาวะการว่างงานมีผู้ตกงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากระดับการศึกษาที่ต่ำ ทำให้มีขีดจำกัดของตลาดแรงงาน ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้องมีการพัฒนาการศึกษาและทักษะกำลังแรงงานของประเทศ คือส่งเสริมให้แรงงานแสวงหาความรู้ และได้รับการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยีสูงขึ้น ซึ่งการพัฒนานี้จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลต่อการเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต
  • ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    จากความพยายามในการพัฒนาประเทศเข้าสู่สังคมกึ่งอุตสาหกรรม ทำให้ทรัพยากรถูกทำลายและเริ่มขาดแคลน ทั้งทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรที่ดินทางการเกษตร ทรัพยากรน้ำ และทรัพยากรพลังงาน ถูกใช้ไปอย่างไร้ประสิทธภาพ ก่อให้เกิดความสูญเสียและปัญหามลพิษ ความไม่สมดุลของระบบนิเวศน์ 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้อง ช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมและใช้สอยทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าที่สุด
  • ด้านสภาพการณ์ในชุมชนนานาชาติ
    การเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยโลกาภิวัตน์  ที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันในชุมชนนานาชาติ และมีองค์กรเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งองค์กรต่างๆ จะต้องปรับตัวไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ และการแสดงออกในบทบาทของประชาคมโลกที่น่าเชื่อถือ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมุ่งเน้นพัฒนาคน ด้วยกการพัฒนาการศึกษา ที่มีศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เป็นเครื่องมือในการพัฒนา
  • การวิจัยและพัฒนา
    ในการพัฒนาประเทศ จะต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อผู้วิจัยสามารถนำผลงานวิจัย มาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการพฒนาประเทศ รวมถึงแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับนานาชาติ ดังนั้น ภาครัฐจะต้องให้ความสนับสนุนเงินทุนสำหรับการวิจัยมากขึ้น และส่งเสริมให้ภาคเอกชนเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยให้มากขึ้น
  • ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    เพราะประเทศยังขาดนักวิจัย เนื่องจากฐานความรู้น้อย ทำให้ต้องใช้เทคโนโลยีของต่างประเทศหากปล่อยไว้ย่อมก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่าที่เป็นอยู่ 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ การศึกษาในสาขาวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องเป็นหลักสูตรในการศึกษภาคบังคับ และต้องมีการผลิตครูทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เพียงพอ
  • ด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังค
    เมื่อประเทศเปิดกว้าง อิทธิพลต่างประเทศเข้ามามีส่วนทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้คนจนเพิ่มมากขึ้น ระยะห่างระหว่างคนจนคำคนรวยมีมากขึ้น และเนื่องจากความไม่เป็นธรรมในการกระจายทรัพยากร ทำให้คนจนขาดการพัฒนา และไม่อาจก้าวทันเศรษฐกิจใหม่ นอกจากนี้วัฒนธรรมต่างชาติทำให้ค่านิยมของคนไทยเบี่ยงเบนไปเกิดการแข่งขัน เริ่มหย่อนยานในคุณธรรมจริยธรรม ความสัมพันธืระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชนมีช่องว่างมากขึ้น 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ จะต้องมีการกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
  • ด้านการศึกษา
    การศึกษายังไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึงมีผู้ด้อยโอกาสจำนวนมาก ผูที่ไม่รับการศึกษาภาคบังคับ ส่วนใหญ่มาจากสภาพครอบครัวยากจน ท้องถิ่นห่างไกล ด้วยระบบการศึกษาที่ไม่เพียงพอ จึงต้องมีการจัดการศึกษานอกระบบ และให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งทั้งนี้การศึกษาก็ยังขาดมาตรฐานและการประกันคุณภาพด้วยความที่ทรัพยากรทางด้านการศึกษาขาดแคลน เพราะส่วนใหญ่คือผู้ร่วมลงทุนจึงขาดการร่วมลงทุนในด้านต่างๆ ดังนั้นงบประมาณมีผลต่อการจัดการศึกษา 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือในด้านต่างๆ ควรร่วมลงทุนทางด้านการศึกษา
  • ด้านศาสนา
    เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่เปิดกว้าง การศึกษารัฐเอามาจัดเสียเอง ทำให้การศึกษาแยกออกจากวัด ศาสนาจึงไม่สามารถเป็นแหล่งยึดเหนี่ยว และพัฒนาจิตใจได้อย่างทั่วถึงเท่าที่ควรจะเป็น
  • ด้านศิลปะและวัฒนธรรม
    เพราะวัฒนธรรมต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา ขาดการกลั่นกรองและเลือกใช้วัฒนธรรมทำให้ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของบริโภคนิยมจนวัฒนธรรมไทยลดคุณค่าและอ่อนแอลง 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ มีการพัฒนาเนื้อหาของหลักสูตรและการพลศึกษา และมีระบบการเฝ้าระวังไม่ให้นำวัฒนธรรมไปแสวงหาผลประโยชน์
..........................................................................................................................................
2.จงอธิบายทิศทางใหม่ในการจัดการศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 15 ปี ตามที่ท่านมีภูมิรู้และเข้าใจ
ตอบ ทิศทางในการจัดการศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 15 ปี คือการ ยกระดับคุณภาพอุดมศึกษาไทย เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพสามารถปรับตัวสำหรับงานที่เกิดขึ้นตลอดชีวิต พัฒนาศักยภาพอุดมศึกษาในการสร้างความรู้และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในโลกาภิวัตน์ สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของท้องถิ่นไทย โดยใช้กลไกของธรรมาภิบาล การเงิน การกำกับมาตรฐาน และเครือข่ายอุดมศึกษา บนพื้นฐานของเสรีภาพทางวิชาการ ความหลากหลาย และเอกภาพเชิงระบบ
..........................................................................................................................................
3.ท่านคิดว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่มุ่งพัฒนาให้เกิด "การพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย" ได้อย่างไร
ตอบ การพัฒนาที่ทำให้เกิดดุลยภาพของ เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อการอยู่ดีมีสุขของประชาชนชนตลอดไป 
        เศรษฐกิจ ที่ทำให้เกิดดุลยภายของการพัฒนาคือ เศรษฐกิจที่มีรากฐานมั่นคง มีขีดความสามารถในการแข่งขันและสามารถพึ่งตนเองได้ โดยมีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแนวคิดหลัก
         เศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่มุ่งการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นการพัฒนาที่บูรณาให้เกิดองค์รวม คือ องค์ประกอบทั้งหลายที่เกี่ยวข้องจะมาประสานกันครบองค์ และมีลักษณะอีกย่างหนึ่งคือ มีดุลยภาพ กล่าวคือธรรมชาติแวดล้อมกับเศรษฐกิจจะต้องบูรณาการเข้าด้วยกัน จะทำให้เกิดสภาพที่เรียกว่าเป็นภาวะยั่งยืนทั้งในทางเศรษฐกิจและในทางสภาพแวดล้อม การคุ้มครองสภาพแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยใช้มนุษย์เป็นแกนกลางการพัฒนาเพื่อสร้างให้เกิดความสมดุล ระหว่างคนธรรมชาติ และสรรพสิ่ง เพื่อให้อยู่ร่วมกันด้วยความเกื้อกูลกัน ไม่ทำลายล้างกันทุกสิ่งในโลกก็จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ส่งผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
          ดังนั้น ความสมดุลและเชื่อมโยงระหว่าง เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับจุดหมายการพัฒนาที่ทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขตลอดไป
..........................................................................................................................................
4.แนวนโยบายเพื่อดำเนินการพัฒนาคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิตให้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ มีเป้าหมายและ กรอบดำเนิการอย่างไร
ตอบ แนวนโยบายเพื่อดำเนินการพัฒนาคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิตให้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ มีเป้าหมายและ กรอบดำเนิการดังนี้
        เป้าหมาย
        1.เด็กปฐมวัย อายุ 0-5 ปี ทุกคนได้รับการพัฒนา และเตรียมความพร้อมทุกด้านก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษา
        2.เด็กทุกคนจบการศึกษาภาคบังคับเก้าปี
        3.คนไทยทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปี
        4.มีกำลังคนด้านอาชีวศึกษาระดับต่างๆที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอกับความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ
        5.มีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพและมาตรฐาน ในรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย
        6.ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปีมีโอกาสได้รับการศึกษาระดบอุดมศึกษาที่จัดในหลากหลายรูปแบบ
        7.มีการจัดบริการการศึกษาในรูปแบบและวิธีการต่างๆ ทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย จากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย เพื่อเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการศึกษาของประชาชนทุกคน
        กรอบดำเนินการ
        1.ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาและเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัย ในรูปแบบที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้แก่พ่อแม่
        2.ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพครอบคลุมเป้าหมาย เพื่อพัฒนารากฐานพัฒนาการของทุกชีวิตอย่างเหมาะสม
        3.จัดบริการศนึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เพื่อให้บุคคลสามารถเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการและความสนใจ
        4.ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อพัฒนากำลังคนทุกระดับ ในภาคการผลิตต่างๆ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ยกระดับความรู้ความสามารถ ในทางวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
        5.ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้มีความหลากหลาย และให้เพิ่มศักยภาพกรแข่งขันของประเทศและตอบสนองความต้องการของชุมชนท้องถิ่น
        6.จัดบริการการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม สำหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ
        7.ส่งเสริมการจัดการศึกษาเฉพาะทางเพื่อสนองความต้องการเฉพาะโดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ
        8.ส่งเสริมให้มีการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ที่รับรองและเผยแพร่ศาสนธรรมทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยในทุกระดับและประเภทการศึกษา
..........................................................................................................................................
5.แนวนโยบายเพื่อดำเนินการและเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มีเป้าหมายและกรอบดำเนินการอย่างไร
ตอบ แนวนโยบายเพื่อดำเนินการและเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มีเป้าหมายและกรอบดำเนินการดังนี้
        เป้าหมาย
        1.มีการบูรณาการด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ทั้งในเนื้อหากรบวนการและกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อเสิมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
        2.บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นทุกแห่ง ร่วมคิดและร่วมดำเนินงาน เพื่อพัฒนาคนไทยทุกคนให้เป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม รวมทั้งค่านิยมเชิงสุนทรียภาพ และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามระบบวิถีชีวิตที่ดีงาม
        3.คนไทยส่วนใหญ่มีค่านิยมและพฤติกรรมที่เหมาะสมตามระเบียบวิถีชีวิตที่ดีงาม
        กรอบดำเนินการ
        1.ปฏิรูปโครงสร้างเนื้อหาของหลักสูตรในทุกระดับการศึกษาให้มีสาระความรู้เกี่ยวกับความจริงของชีวิตและธรรมชาติหลักธรรมของศาสนา คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันดีงามของระบบวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ไทย เพื่อให้บรรลุถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ต่างๆทั้งด้านจิตใจและพฤติกรรมที่แสดงออก
        2.ส่งเสริมบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมช เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันศาสนา สถาบันวัฒนธรรม และสถาบันสังคมอื่นๆ ให้มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการส่งเสริมศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมอันดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของคนไทย รวมทั้งเป็นแหล่งการเรียนรู้และศูนย์การเรียนต่างๆ
        3.บูรณาการศึกษาและศาสนาเข้าด้วยกัน โดยผ่านกระบวนการเรียนที่เน้นทั้งความรู้ และคุณธรรมเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในแก่นธรรมของแต่ละศาสนาที่ตนนับถือ เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และสามารถใช้เป็นแนวทางนการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน
        4.ส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ด้วยกระบวนการทางการศึกษาและฝึกอบรม
..........................................................................................................................................
6.ท่านมีแนวทางในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ทำได้อย่างไร
ตอบ สังคมแห่งการเรียนรู้ คือ กระบวนการทางสังคมที่เกื้อหนุน ส่งเสริมให้บุคคล และสมาชิกในชุมชน สังคม ให้เกิดการเรียนรู้โดยผ่านทางสื่อ เทคโนโลยี สารสนเทศแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ จนสามารถสร้างความรู้ ทักษะ ระบบการจัดการความรู้และระบบการเรียนรู้ที่ดี มีการถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันทุกภาคส่วนในสังคมทำให้เกิดพลังสร้างสรรค์ และเกิดภูมิปัญญา ตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ที่ทุกคนและทุกส่วนในสังคมมีความใฝ่รู้และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอตลอดชีวิตจนสิ้นอายุขัย เป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ ของคนทุกคนในทุกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เป็นการเรียนรู้เพื่อให้บุคคลในสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางด้านอารมณ์ สังคม และสติปัญญาไปในทางที่ดีขึ้น
        ดังนั้น แนวทางในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ คือ คนจะต้องมีการพัฒนาตนเองได้ต้องแสวงหาความรู้อยู่เสมอ ถ้ามีแหล่งความรู้ให้ศึกษาค้นคว้ามีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อส่งทอดความรู้ มีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้เข้าถึงความรู้และคนรู้จักวิธีแสวงหาความรู้ ยิ่งสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้มากขึ้น เมื่อเรียนรู้ได้มากขึ้น ก็สามารถสร้างความรู้ใหม่ได้มากขึ้น เมื่อนำมาบูรณาการระหว่างความรู้เก่ากับความรู้ใหม่ก็จะเกิดความรู้ใหม่ขึ้นมาอีก สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น เป็นวงจรที่ต่อเนื่องไม่สิ้นสุด
..........................................................................................................................................
7.การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน ท่านเข้าใจว่าอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน เป็นการพัฒนาเพื่อให้คนไทยส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรืออยู่ดีมีสุข จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนา หรือยุทธศาสตร์การพัฒนาใหม่ โดยจะต้องทำการพัฒนาทั้งที่ "ตัวคน" อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา เพื่อให้เป็นคนที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ สามารถกำหนดทิศทางการพัฒนา รู้จักตัวเอง รู้เท่ากันโลก มีศักยภาพที่จะปรับ ตัวเองให้อยู่ในสังคมอย่างมีคุณค่าตลอดทุกช่วง วัยของชีวิต ควบคู่กับการพัฒนาสภาพแวดล้อม รอบๆ ตัวคน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การบริหารจัดการ ฯลฯ ให้เอื้อต่อการพัฒนาคน
..........................................................................................................................................
8.การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการพัฒนาประเทศมีเป้าหมายและกรอบการดำเนินการอย่างไร
ตอบ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการพัฒนาประเทศมีเป้าหมายและกรอบการดำเนินการดังนี้
        เป้าหมาย
        1.นาโนเทคโนโลยีมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันและลดอัตราการป่วย จากโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ
        2.ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการนำนาโนเทคโนโลยีมาใช้ในสินค้าอุปโภคบริโภค
        3.มีระบบการจัดการข้อมูลความปลอดภัยด้านการพัฒนาและการประยุกต์ใช้นาโนเทคโนโลยี
        4.มีการลงทุนด้านนาโนเทคโนโลยีในภาคเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิต เพิ่มขึ้น
        5.มีจำนวนผลงานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีที่ภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิต สามารถนำไปใช้ ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น
        6.ภาคเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิต มีอัตราการจ้างงานด้านนาโนเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น
        7.ผลงานวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเสริมความมั่นคงทางพลังงาน
        8.ประเทศไทยเป็นผู้นำในการประยุกต์ใช้นาโนเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาและผลิตพลังงาน และพลังงานทดแทน ในภูมิภาคอาเซียน
        9.นาโนเทคโนโลยีมีส่วนช่วยสนับสนุนและพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีส่วนร่วม ในการลดของเสียและมลพิษลงร้อยละ ๐.๕ และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
        10.มีสัดส่วนบุคลากรวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีต่อประชากร ๒.๕ : ๑๐,๐๐๐ คน
        11.มีบุคลากรด้านนาโนเทคโนโลยีปฏิบัติงานในภาคเอกชนร้อยละ ๕๐
        12.มีขีดความสามารถด้านนาโนเทคโนโลยีอยู่ในลำดับชั้นแนวหน้าของอาเซียน โดยมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัย และพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีของประเทศ ร้อยละ ๐.๒ ของ GDP
        13.มีกลไกการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน โดยมีสัดส่วนการลงทุนวิจัยและพัฒนา ด้านนาโนเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐ : เอกชน เป็น ๕๐ : ๕๐
        14.สร้างแรงจูงใจดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ และส่งเสริมการถ่ายทอด เทคโนโลย
        กรอบดำเนินการ
        1.สนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาและประยุกต์ใช้นาโนเทคโนโลยีในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต สุขภาพ การแพทย์และสาธารณสุข
        2.สร้างความตระหนักและส่งเสริมการสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจด้านนาโนเทคโนโลยี
ให้ความรู้และสร้างกลไกดูแลความปลอดภัย จริยธรรม และมาตรฐานด้านนาโนเทคโนโลยี

        3.ส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่มูลค่า
        4.ส่งเสริมกลไกเชื่อมโยงด้านการวิจัยและพัฒนาและการประยุกต์ใช้ระหว่างภาคการวิจัยกับภาคเอกชน
        5.ผลักดันให้มีการนำงานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์
        6.ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานาโนเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานและพลังงานทดแทน
        7.พัฒนานาโนเทคโนโลยีเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
        8.เร่งสร้างบุคลากร “ตัวคูณ”
        9.สนับสนุนการสร้างกำลังคนด้านนาโนเทคโนโลยีร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมภาคการศึกษาและภาครัฐ
        10.ยกระดับความรู้บุคลากรเชิงปฏิบัติทั้งในภาครัฐและอุตสาหกรรม
        11.ประกาศนโยบาย และวงเงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนานาโนเทคโนโลยี
        12.สร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการดึงดูดการลงทุน
        13.สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิเคราะห์ทดสอบ ..........................................................................................................................................
9.แนวทางการบริหารเพื่อนำสู่แผนการปฏิบัติ มีอะไรบ้าง
ตอบ แนวทางการบริหารเพื่อนำสู่แผนการปฏิบัติ มีดังนี้
        นโยบาย (Policy ) คือกรอบสำหรับการตัดสินใจที่เหมาะสมของผู้บริหารเพื่อเป็นแนวทางในอันที่จะปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายและช่วยให้ผู้บริหารสามารถประสานความพยายามในการทำหน้าที่ของสมาชิกภายในองค์การว่าได้ทำตามนโยบายหรือไม่
        แผน (Plan) คือรูปธรรมของนโยบายที่ประกอบด้วยโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้การนำนโยบายไปปฏิบัติปรากฏเป็นจริง และเป็นผลผลิตของการวางแผน
        แผนงาน (Programs) คือโครงการหลายโครงการที่ประสานกันไว้อย่างดี และมุ่ง ที่วัตถุประสงค์เดียวกัน
        โครงการ (Project) คือ กลุ่มของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกัน และต้องปฎิบัติกิจกรรมเหล่านั้นตามลำดับก่อนหลังเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดเสร็จสิ้นเพียงจุดเดียว
        กิจกรรม (Activity) งานที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ซึ่งต้องใช้เวลาและทรัพยากรในการทำงานนั้นๆ งานต้องมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่บ่งชี้ได้
        อาจสรุปได้ว่า นโยบาย ก็คือ กรอบกำกับ หรือกำหนดทิศทางในการดำเนินงานของกลุ่มคนในองค์การ โดยมีลักษณะเป็นแนวคิดกว้างๆ ที่แสดงถึงปรัชญาหรืออุดมการณ์ในการปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่เป็นที่ยอมรับแล้วจากคนส่วนใหญ่ จึงถือได้ว่านโยบายเป็นกระบวนการบริหารที่ก่อให้เกิดแผน (plan)ที่จะทำให้การนำนโยบายไปปฏิบัติปรากฏเป็นจริง ส่วน แผนงาน (program)จะประกอบด้วยโครงการหลายโครงการที่ประสานกันไว้อย่างดี และ มุ่งที่วัตถุประสงค์เดียวกัน ส่วนโครงการ (project) เป็นองค์ประกอบของแผนที่เป็นวิธีการจะนำไปสู่ความสำเร็จหรือบรรลุวัตถุประสงค์ของแผนซึ่งจะต้องปฏิบัติกิจกรรม(Activity)หลายกิจกรรมที่ระบุไว้ในโครงการ
..........................................................................................................................................
10. การประเมินผลแผนการศึกษาแห่งชาติ มีขั้นตอน และกระบวนการประเมินอย่างไร
ตอบ 1. ขั้นการเตรียมการ ซึ่งการเตรียมการที่มีความสำคัญ คือ
             o การเตรียมความพร้อมของบุคลากร โดยต้องสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของการประกัน คุณภาพภายในและการทำงานเป็นทีม ซึ่งจะจัดทำการชี้แจงทำความเข้าใจโดยใช้บุคลากร ภายในสถานศึกษาหรือวิทยากรมืออาชีพจากภายนอก โดยบุคลากรทุกคนในสถานศึกษาได้มี โอกาสเข้าร่วมประชุมรับทราบพร้อมกัน และต้องพัฒนาความรู้ ทักษะเกี่ยวกับการประกัน คุณภาพภายในให้บุคลากรทุกคนเกิดความมั่นใจในการด าเนินงานประกันคุณภาพด้วยการจัด ประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษาและแผนปฏิบัติ การในแต่ละปี ต่อมาเน้นเนื้อหาการกำหนดกรอบและแผนการประเมิน การสร้างเครื่องมือ ประเมินและการรวบรวมข้อมูล ในช่วงท้ายเน้นเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอ ผลการประเมินและการเขียนรายงานผลการประเมินตนเอง (Self Study Report)
             o การแต่งตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบในการประสานงาน กำกับดูแล ช่วยเหลือสนับสนุนให้ ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันและเชื่อมโยงเป็นทีม โดยการตั้งคณะกรรมการควรพิจารณาตามแผนภูมิ โครงสร้างการบริหารซึ่งฝ่ายที่รับผิดชอบงานใดควรเป็นกรรมการรับผิดชอบการพัฒนาและ ประเมินคุณภาพงานนั้น
         2. ขั้นการดำเนินงาน ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอน
             o การวางแผน จะต้องมีการกำหนดเป้าหมาย แนวทางการดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบงาน ระยะเวลา และทรัพยากรที่ต้องใช้สำหรับแผนต่างๆ ที่ควรจัดทำคือ แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี แผนการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรซึ่งสอดคล้อง กับเป้าหมายของสถานศึกษา แผนการประเมินคุณภาพและแผนงบประมาณ เป็นต้น
             o การปฏิบัติตามแผน ซึ่งในขณะดำเนินการต้องมีการเรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลาและผู้บริหารควร ให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรทุกคนทำงานอย่างมีความสุข จัดสิ่งอำนวยความ สะดวก สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการปฏิบัติ กำกับ ติดตามการทำงานทั้งระดับบุคลากร รายกลุ่ม รายหมวด และให้การนิเทศ
             o การตรวจสอบประเมินผล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเพราะจะทำให้ได้ ข้อมูลย้อนกลับที่แสดงว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาบรรลุเป้าหมายเพียงใด โดยการประเมินต้อง จัดวางกรอบการประเมิน จัดหาหรือจัดทำเครื่องมือ จัดเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล แปลความข้อมูล และการตรวจสอบ ปรับปรุงคุณภาพการประเมิน
             o การนำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน เมื่อแต่ละฝ่ายประเมินผลเสร็จแล้วจะส่งผลให้ คณะกรรมการรับผิดชอบนำไปวิเคราะห์ สังเคราะห์และแปลผลแล้วนำเสนอผลต่อผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปปรับปรุงการปฏิบัติงานของผู้บริหารและบุคลากร นำไปวางแผนในระยะต่อไป และ จัดทำเป็นข้อมูลสารสนเทศหรือการเขียนรายงานประเมินตนเอง
         3. ขั้นการจัดทำรายงานประเมินตนเองหรือรายงานประจำปี เมื่อสถานศึกษาดำเนินการประเมินผลภายใน เสร็จแล้วจะจัดทำรายงาน โดยเริ่มจากรวบรวมผลการดำเนินงานและผลการประเมินมาวิเคราะห์จำแนก ตามมาตรฐานการศึกษาและเขียนรายงาน
..........................................................................................................................................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น