วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

สอบปลายภาค

ข้อสอบปลายภาคให้นักศึกษาทำลงในบล็อกของนักศึกษาทุกข้อทุกข้อ มี 10 ข้อ

1. คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ ให้คำนิยามได้ดังนี้
  • จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บุคคลในแต่ละวิชาชีพได้ประมวลขึ้นเป็นหลัก เพื่อให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ยึดถือปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นถึงจริยธรรมปลูกฝัง และเสริมสร้างให้สมาชิกมีจิตสำนึกบังเกิดขึ้นในตนเองเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติในทางที่ถูกที่ควร และมุ่งหวังให้สมาชิกได้ยึดถือ เพื่อรักษาชื่อเสียงและส่งเสริมเกียรติคุณของสมาชิก และสาขาวิชาชีพของตน
  • จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติศีลธรรม กฎศีลธรรม ซึ่งก็คือ กฎเกณฑ์ความประพฤติของมนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นจากธรรมชาติของมนุษย์เอง ความเป็นผู้มีปรีชาญาณ (ปัญญาและเหตุผล) ทําให้มนุษย์มีมโนธรรม รู้จักแยกแยะความถูก ผิด ควร ไม่ควร
  • คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดีเป็นสภาพคุณงามความดีทางความ ประพฤติและจิตใจ ซึÉงสามารถแยกออกเป็น 2 ความหมาย คือ ความประพฤติดีงามและการรู้จักไตร่ตรองว่าอะไรควรทําไม่ควรทํา
  • ค่านิยม หมายถึง ทัศนะของคนหรือสังคมที่มีต่อสิ่งของ ความคิด และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปรารถนา คุณค่าและความถูกต้องของสังคมนั้นๆ
  • จารีตประเพณี หมายถึง ระเบียบแบบแผนหรือแนวทางการประพฤติปฏิบัติที่สืบทอดกันมาช้านานและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม
  • กฎหมาย หมายถึง กฎเกณฑ์ ข้อบังคับที่ใช้ควบคุมความประพฤติของมนุษย์ในสังคม กฎหมาย มีลักษณะเป็นคำสั่ง ข้อห้าม ที่มาจากผู้มีอำนาจสูงสุดในสังคมใช้บังคับได้ทั่วไป ใครฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษหรือสภาพบังคับอย่างใดอย่างหนึ่ง
         จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย มีความเหมือนกัน คือ เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้สังคมนั้นอยู่อย่างสงบสุข ซึ่งอาจจะเป็นการปฏิบัติที่สืบต่อกันมา หรือได้รับมาจากสังคมอื่นๆแต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นการประพฤติปฏิบัติของคนในสังคม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะใช้กับกลุ่มคนในสังคมได้กว้างแค่ไหน เช่น จรรยาบรรณแต่ละสาขาอาชีพก็ย่อมแตกต่างกัน ฉะนั้นแต่ละสาขาอาชีพต้องปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของอาชีพนั้น แต่ถ้าเป็นกฎหมายทุกคนในสังคมต้องปฏิบัติตาม ในเรื่องของกฎหมาย นักบริหารต้องคำนึงถึงหลักกฎหมายอย่างเป็นธรรม กฎหมายบ้านเมืองเป็นตัวกำหนดคุณธรรมและจริยธรรมในด้านการกระทำต่อกันในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ เพื่อขจัดความขัดแย้งระหว่างประชาชนในประเทศนั้น 
..........................................................................................................................................

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 7

แบบฝึกหัด แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2545-2559)

1.จงบอกสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างและท่านมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
ตอบ จากสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน แยกเป็นประเด็นปัญหาที่พบ ได้ดังนี้
  • ด้านประชากร การเปลี่ยนไปของโครงสร้างประชากร เป็นปัญหาที่พบ ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากจำนวนประชากรที่มีแน้วโน้มสูงขึ้นในปี พ.ศ.2560 ประชากรวัยสูงอายุจะมีจำนวนมากขึ้น ขณะที่แนวโน้มของประชากรวัยเรียนอยู่ในภาวะคงที่หรือลดลง ทำให้สังคมก้าวสู่สังคมสูงอายุในอีก 15 ปีข้างหน้า จะส่งผลให้มีการกระจายตัวของประชากรที่เพิ่มขึ้น และอย่างไรก็ตามในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอย จะต้องมีการเคลื่อนย้ายประชากรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้องกำหนดแนวทางทั้งด้านนโยบายและการปฏิบัติ ที่ตอบสนองการเปลี่ยนไปของโครงสร้างประชากรดังกล่าว- ความไม่พร้อมของเด็กปฐมวัย มีสาเหตุมาจากการขาดสารอาหารต่อการพัฒนาร่างกายทำให้เด็กเติบโตไม่สมวัย และยังส่งผลกระทบต่อสมอง ทำให้มีสติปัญญาต่ำกว่าวัย ซึ่งสภาพปัญหานี้รัฐได้ทำการแก้ไขแต่ก็ไม่มัประสิธิภาพดีพอ ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้องให้สถาบันการศึกษาและสถาบันสังคมในส่วนต่างๆเข้ามาช่วยพัฒนาและปฏิรูปการเรียนรู้ ตลอดจนตระหนักถึงสุขภาพอนามัยรวมถึงภาวะทุพโภชนาการด้วย- เด็กในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปัญหาที่พบก็จะเป็นการให้บริการการศึกษาในระบบและนอกระบบยังไม่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านยาเสพติด ความยากจน ทุพโภชนาการ ความเจ็บป่วย การลงทุนทางการศึกษาที่ยังมีข้อจำกัดกับความสูญปล่าว ส่งผลให้ผลผลิตของการศึกษาย่อหย่อนกระทบถึงสังคมดดยส่วนรวม และไม่อาจเทียบกับมาตรฐานการศึกษาของนาๆชาติดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี โดยรัฐไม่เก็บค่าใช้จ่าย ปฏิรูปการเรียนรู้ให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ มีความรู้คูคุณธรรม โลกทัศน์กว้าง รอบรู้ ใฝ่หาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคโลกาภิวัตน์- ประชากรในกลุ่มวัยกำลังแรงงาน จากวิกฤตเศรษฐกิจกลางปี พ.ศ.2540 ส่งผลกระทบให้เกิดภาวะการว่างงานมีผู้ตกงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากระดับการศึกษาที่ต่ำ ทำให้มีขีดจำกัดของตลาดแรงงาน ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้องมีการพัฒนาการศึกษาและทักษะกำลังแรงงานของประเทศ คือส่งเสริมให้แรงงานแสวงหาความรู้ และได้รับการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยีสูงขึ้น ซึ่งการพัฒนานี้จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลต่อการเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต
  • ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    จากความพยายามในการพัฒนาประเทศเข้าสู่สังคมกึ่งอุตสาหกรรม ทำให้ทรัพยากรถูกทำลายและเริ่มขาดแคลน ทั้งทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรที่ดินทางการเกษตร ทรัพยากรน้ำ และทรัพยากรพลังงาน ถูกใช้ไปอย่างไร้ประสิทธภาพ ก่อให้เกิดความสูญเสียและปัญหามลพิษ ความไม่สมดุลของระบบนิเวศน์ 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้อง ช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมและใช้สอยทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าที่สุด
  • ด้านสภาพการณ์ในชุมชนนานาชาติ
    การเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยโลกาภิวัตน์  ที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันในชุมชนนานาชาติ และมีองค์กรเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งองค์กรต่างๆ จะต้องปรับตัวไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ และการแสดงออกในบทบาทของประชาคมโลกที่น่าเชื่อถือ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมุ่งเน้นพัฒนาคน ด้วยกการพัฒนาการศึกษา ที่มีศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เป็นเครื่องมือในการพัฒนา
  • การวิจัยและพัฒนา
    ในการพัฒนาประเทศ จะต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อผู้วิจัยสามารถนำผลงานวิจัย มาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการพฒนาประเทศ รวมถึงแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับนานาชาติ ดังนั้น ภาครัฐจะต้องให้ความสนับสนุนเงินทุนสำหรับการวิจัยมากขึ้น และส่งเสริมให้ภาคเอกชนเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยให้มากขึ้น
  • ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    เพราะประเทศยังขาดนักวิจัย เนื่องจากฐานความรู้น้อย ทำให้ต้องใช้เทคโนโลยีของต่างประเทศหากปล่อยไว้ย่อมก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่าที่เป็นอยู่ 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ การศึกษาในสาขาวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องเป็นหลักสูตรในการศึกษภาคบังคับ และต้องมีการผลิตครูทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เพียงพอ
  • ด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังค
    เมื่อประเทศเปิดกว้าง อิทธิพลต่างประเทศเข้ามามีส่วนทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้คนจนเพิ่มมากขึ้น ระยะห่างระหว่างคนจนคำคนรวยมีมากขึ้น และเนื่องจากความไม่เป็นธรรมในการกระจายทรัพยากร ทำให้คนจนขาดการพัฒนา และไม่อาจก้าวทันเศรษฐกิจใหม่ นอกจากนี้วัฒนธรรมต่างชาติทำให้ค่านิยมของคนไทยเบี่ยงเบนไปเกิดการแข่งขัน เริ่มหย่อนยานในคุณธรรมจริยธรรม ความสัมพันธืระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชนมีช่องว่างมากขึ้น 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ จะต้องมีการกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
  • ด้านการศึกษา
    การศึกษายังไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึงมีผู้ด้อยโอกาสจำนวนมาก ผูที่ไม่รับการศึกษาภาคบังคับ ส่วนใหญ่มาจากสภาพครอบครัวยากจน ท้องถิ่นห่างไกล ด้วยระบบการศึกษาที่ไม่เพียงพอ จึงต้องมีการจัดการศึกษานอกระบบ และให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งทั้งนี้การศึกษาก็ยังขาดมาตรฐานและการประกันคุณภาพด้วยความที่ทรัพยากรทางด้านการศึกษาขาดแคลน เพราะส่วนใหญ่คือผู้ร่วมลงทุนจึงขาดการร่วมลงทุนในด้านต่างๆ ดังนั้นงบประมาณมีผลต่อการจัดการศึกษา 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือในด้านต่างๆ ควรร่วมลงทุนทางด้านการศึกษา
  • ด้านศาสนา
    เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่เปิดกว้าง การศึกษารัฐเอามาจัดเสียเอง ทำให้การศึกษาแยกออกจากวัด ศาสนาจึงไม่สามารถเป็นแหล่งยึดเหนี่ยว และพัฒนาจิตใจได้อย่างทั่วถึงเท่าที่ควรจะเป็น
  • ด้านศิลปะและวัฒนธรรม
    เพราะวัฒนธรรมต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา ขาดการกลั่นกรองและเลือกใช้วัฒนธรรมทำให้ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของบริโภคนิยมจนวัฒนธรรมไทยลดคุณค่าและอ่อนแอลง 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ มีการพัฒนาเนื้อหาของหลักสูตรและการพลศึกษา และมีระบบการเฝ้าระวังไม่ให้นำวัฒนธรรมไปแสวงหาผลประโยชน์
..........................................................................................................................................

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 6

สรุปเนื้อหากลุ่มที่ 8 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและปฏิบัติของวิชาชีพ : วินัยและการรักษาวินัย,คุณธรรมจริยธรรมและค่านิยม,มาตรฐานวิชาชีพ,จรรยาบรรณวิชาชีพและสมรรถวิชาชีพ
..........................................................................................................................................