วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

สอบปลายภาค

ข้อสอบปลายภาคให้นักศึกษาทำลงในบล็อกของนักศึกษาทุกข้อทุกข้อ มี 10 ข้อ

1. คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ ให้คำนิยามได้ดังนี้
  • จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บุคคลในแต่ละวิชาชีพได้ประมวลขึ้นเป็นหลัก เพื่อให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ยึดถือปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นถึงจริยธรรมปลูกฝัง และเสริมสร้างให้สมาชิกมีจิตสำนึกบังเกิดขึ้นในตนเองเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติในทางที่ถูกที่ควร และมุ่งหวังให้สมาชิกได้ยึดถือ เพื่อรักษาชื่อเสียงและส่งเสริมเกียรติคุณของสมาชิก และสาขาวิชาชีพของตน
  • จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติศีลธรรม กฎศีลธรรม ซึ่งก็คือ กฎเกณฑ์ความประพฤติของมนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นจากธรรมชาติของมนุษย์เอง ความเป็นผู้มีปรีชาญาณ (ปัญญาและเหตุผล) ทําให้มนุษย์มีมโนธรรม รู้จักแยกแยะความถูก ผิด ควร ไม่ควร
  • คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดีเป็นสภาพคุณงามความดีทางความ ประพฤติและจิตใจ ซึÉงสามารถแยกออกเป็น 2 ความหมาย คือ ความประพฤติดีงามและการรู้จักไตร่ตรองว่าอะไรควรทําไม่ควรทํา
  • ค่านิยม หมายถึง ทัศนะของคนหรือสังคมที่มีต่อสิ่งของ ความคิด และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปรารถนา คุณค่าและความถูกต้องของสังคมนั้นๆ
  • จารีตประเพณี หมายถึง ระเบียบแบบแผนหรือแนวทางการประพฤติปฏิบัติที่สืบทอดกันมาช้านานและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม
  • กฎหมาย หมายถึง กฎเกณฑ์ ข้อบังคับที่ใช้ควบคุมความประพฤติของมนุษย์ในสังคม กฎหมาย มีลักษณะเป็นคำสั่ง ข้อห้าม ที่มาจากผู้มีอำนาจสูงสุดในสังคมใช้บังคับได้ทั่วไป ใครฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษหรือสภาพบังคับอย่างใดอย่างหนึ่ง
         จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย มีความเหมือนกัน คือ เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้สังคมนั้นอยู่อย่างสงบสุข ซึ่งอาจจะเป็นการปฏิบัติที่สืบต่อกันมา หรือได้รับมาจากสังคมอื่นๆแต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นการประพฤติปฏิบัติของคนในสังคม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะใช้กับกลุ่มคนในสังคมได้กว้างแค่ไหน เช่น จรรยาบรรณแต่ละสาขาอาชีพก็ย่อมแตกต่างกัน ฉะนั้นแต่ละสาขาอาชีพต้องปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของอาชีพนั้น แต่ถ้าเป็นกฎหมายทุกคนในสังคมต้องปฏิบัติตาม ในเรื่องของกฎหมาย นักบริหารต้องคำนึงถึงหลักกฎหมายอย่างเป็นธรรม กฎหมายบ้านเมืองเป็นตัวกำหนดคุณธรรมและจริยธรรมในด้านการกระทำต่อกันในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ เพื่อขจัดความขัดแย้งระหว่างประชาชนในประเทศนั้น 
..........................................................................................................................................

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 7

แบบฝึกหัด แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2545-2559)

1.จงบอกสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างและท่านมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
ตอบ จากสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน แยกเป็นประเด็นปัญหาที่พบ ได้ดังนี้
  • ด้านประชากร การเปลี่ยนไปของโครงสร้างประชากร เป็นปัญหาที่พบ ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากจำนวนประชากรที่มีแน้วโน้มสูงขึ้นในปี พ.ศ.2560 ประชากรวัยสูงอายุจะมีจำนวนมากขึ้น ขณะที่แนวโน้มของประชากรวัยเรียนอยู่ในภาวะคงที่หรือลดลง ทำให้สังคมก้าวสู่สังคมสูงอายุในอีก 15 ปีข้างหน้า จะส่งผลให้มีการกระจายตัวของประชากรที่เพิ่มขึ้น และอย่างไรก็ตามในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอย จะต้องมีการเคลื่อนย้ายประชากรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้องกำหนดแนวทางทั้งด้านนโยบายและการปฏิบัติ ที่ตอบสนองการเปลี่ยนไปของโครงสร้างประชากรดังกล่าว- ความไม่พร้อมของเด็กปฐมวัย มีสาเหตุมาจากการขาดสารอาหารต่อการพัฒนาร่างกายทำให้เด็กเติบโตไม่สมวัย และยังส่งผลกระทบต่อสมอง ทำให้มีสติปัญญาต่ำกว่าวัย ซึ่งสภาพปัญหานี้รัฐได้ทำการแก้ไขแต่ก็ไม่มัประสิธิภาพดีพอ ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้องให้สถาบันการศึกษาและสถาบันสังคมในส่วนต่างๆเข้ามาช่วยพัฒนาและปฏิรูปการเรียนรู้ ตลอดจนตระหนักถึงสุขภาพอนามัยรวมถึงภาวะทุพโภชนาการด้วย- เด็กในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปัญหาที่พบก็จะเป็นการให้บริการการศึกษาในระบบและนอกระบบยังไม่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านยาเสพติด ความยากจน ทุพโภชนาการ ความเจ็บป่วย การลงทุนทางการศึกษาที่ยังมีข้อจำกัดกับความสูญปล่าว ส่งผลให้ผลผลิตของการศึกษาย่อหย่อนกระทบถึงสังคมดดยส่วนรวม และไม่อาจเทียบกับมาตรฐานการศึกษาของนาๆชาติดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี โดยรัฐไม่เก็บค่าใช้จ่าย ปฏิรูปการเรียนรู้ให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ มีความรู้คูคุณธรรม โลกทัศน์กว้าง รอบรู้ ใฝ่หาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคโลกาภิวัตน์- ประชากรในกลุ่มวัยกำลังแรงงาน จากวิกฤตเศรษฐกิจกลางปี พ.ศ.2540 ส่งผลกระทบให้เกิดภาวะการว่างงานมีผู้ตกงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากระดับการศึกษาที่ต่ำ ทำให้มีขีดจำกัดของตลาดแรงงาน ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้องมีการพัฒนาการศึกษาและทักษะกำลังแรงงานของประเทศ คือส่งเสริมให้แรงงานแสวงหาความรู้ และได้รับการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยีสูงขึ้น ซึ่งการพัฒนานี้จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลต่อการเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต
  • ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    จากความพยายามในการพัฒนาประเทศเข้าสู่สังคมกึ่งอุตสาหกรรม ทำให้ทรัพยากรถูกทำลายและเริ่มขาดแคลน ทั้งทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรที่ดินทางการเกษตร ทรัพยากรน้ำ และทรัพยากรพลังงาน ถูกใช้ไปอย่างไร้ประสิทธภาพ ก่อให้เกิดความสูญเสียและปัญหามลพิษ ความไม่สมดุลของระบบนิเวศน์ 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือจะต้อง ช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมและใช้สอยทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าที่สุด
  • ด้านสภาพการณ์ในชุมชนนานาชาติ
    การเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยโลกาภิวัตน์  ที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันในชุมชนนานาชาติ และมีองค์กรเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งองค์กรต่างๆ จะต้องปรับตัวไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ และการแสดงออกในบทบาทของประชาคมโลกที่น่าเชื่อถือ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมุ่งเน้นพัฒนาคน ด้วยกการพัฒนาการศึกษา ที่มีศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เป็นเครื่องมือในการพัฒนา
  • การวิจัยและพัฒนา
    ในการพัฒนาประเทศ จะต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อผู้วิจัยสามารถนำผลงานวิจัย มาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการพฒนาประเทศ รวมถึงแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับนานาชาติ ดังนั้น ภาครัฐจะต้องให้ความสนับสนุนเงินทุนสำหรับการวิจัยมากขึ้น และส่งเสริมให้ภาคเอกชนเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยให้มากขึ้น
  • ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    เพราะประเทศยังขาดนักวิจัย เนื่องจากฐานความรู้น้อย ทำให้ต้องใช้เทคโนโลยีของต่างประเทศหากปล่อยไว้ย่อมก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่าที่เป็นอยู่ 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ การศึกษาในสาขาวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องเป็นหลักสูตรในการศึกษภาคบังคับ และต้องมีการผลิตครูทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เพียงพอ
  • ด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังค
    เมื่อประเทศเปิดกว้าง อิทธิพลต่างประเทศเข้ามามีส่วนทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้คนจนเพิ่มมากขึ้น ระยะห่างระหว่างคนจนคำคนรวยมีมากขึ้น และเนื่องจากความไม่เป็นธรรมในการกระจายทรัพยากร ทำให้คนจนขาดการพัฒนา และไม่อาจก้าวทันเศรษฐกิจใหม่ นอกจากนี้วัฒนธรรมต่างชาติทำให้ค่านิยมของคนไทยเบี่ยงเบนไปเกิดการแข่งขัน เริ่มหย่อนยานในคุณธรรมจริยธรรม ความสัมพันธืระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชนมีช่องว่างมากขึ้น 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ จะต้องมีการกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
  • ด้านการศึกษา
    การศึกษายังไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึงมีผู้ด้อยโอกาสจำนวนมาก ผูที่ไม่รับการศึกษาภาคบังคับ ส่วนใหญ่มาจากสภาพครอบครัวยากจน ท้องถิ่นห่างไกล ด้วยระบบการศึกษาที่ไม่เพียงพอ จึงต้องมีการจัดการศึกษานอกระบบ และให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งทั้งนี้การศึกษาก็ยังขาดมาตรฐานและการประกันคุณภาพด้วยความที่ทรัพยากรทางด้านการศึกษาขาดแคลน เพราะส่วนใหญ่คือผู้ร่วมลงทุนจึงขาดการร่วมลงทุนในด้านต่างๆ ดังนั้นงบประมาณมีผลต่อการจัดการศึกษา 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือในด้านต่างๆ ควรร่วมลงทุนทางด้านการศึกษา
  • ด้านศาสนา
    เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่เปิดกว้าง การศึกษารัฐเอามาจัดเสียเอง ทำให้การศึกษาแยกออกจากวัด ศาสนาจึงไม่สามารถเป็นแหล่งยึดเหนี่ยว และพัฒนาจิตใจได้อย่างทั่วถึงเท่าที่ควรจะเป็น
  • ด้านศิลปะและวัฒนธรรม
    เพราะวัฒนธรรมต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา ขาดการกลั่นกรองและเลือกใช้วัฒนธรรมทำให้ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของบริโภคนิยมจนวัฒนธรรมไทยลดคุณค่าและอ่อนแอลง 
    ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ มีการพัฒนาเนื้อหาของหลักสูตรและการพลศึกษา และมีระบบการเฝ้าระวังไม่ให้นำวัฒนธรรมไปแสวงหาผลประโยชน์
..........................................................................................................................................

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 6

สรุปเนื้อหากลุ่มที่ 8 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและปฏิบัติของวิชาชีพ : วินัยและการรักษาวินัย,คุณธรรมจริยธรรมและค่านิยม,มาตรฐานวิชาชีพ,จรรยาบรรณวิชาชีพและสมรรถวิชาชีพ
..........................................................................................................................................

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 5

ตอบคำถาม (1-3 พ.ร.บ.ภาคบังคับ, 4 พ.ร.บ.บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ)

1.เหตุผลทำไมต้องประกาศพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545
ตอบ
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติโดยที่กฏหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติได้กำหนดให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับจำนวนเก้าปีโดยให้เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่จะสอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ จึงสมควรปรับปรุงกฏหมายว่าด้วยการประถมศึกษา เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกฏหมายดังกล่าว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
..........................................................................................................................................

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 4

ตอบคำถามท้ายบทที่ 3 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2553 (12 ข้อ)

1. นักศึกษาอธิบายคำนิยามต่อไปนี้ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ตอบ
ก. การศึกษา
         กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลง ความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคมการเรียนรู้ และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
         ข. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
         การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
         ค. การศึกษาตลอดชีวิต
         การศึกษาที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยเกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบการศึกษาตามอัธยาศัย
         ง. มาตรฐานการศึกษา
         ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับส่งเสริมและกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมิน และการประกันคุณภาพทางการศึกษา
         จ. การประกันคุณภาพภายใน
         การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น
         ช. การประกันคุณภาพภายนอก
         การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากภายนอก โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาหรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรองรับ เพื่อเป็นการประกันคุณภาพ และให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของสถานศึกษา
         ซ. ผู้สอน
         ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ
         ฌ. ครู
         บุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
         ญ. คณาจารย์
         บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาและระดับปริญญาของรัฐและเอกชน
         ฐ. ผู้บริหารสถานศึกษา
         บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาแต่ละแห่งทั้งของรัฐและเอกชน
         ฒ. ผู้บริหารการศึกษา
         บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่การศึกษาขึ้นไป
         ณ. บุคลากรทางการศึกษา
         ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา รวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศและการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่างๆ
..........................................................................................................................................

อนุทินที่ 3

ตอบคำถามท้ายบทที่ 2 กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของชาติ (10 ข้อ)

1.ใครเป็นผู้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกและมีเหตุผลอย่างไรและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเป็นอย่างไรอธิบาย
ตอบ ผู้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก คือ คณะราษฎร์ มีเหตุผลที่ว่า “บัดนี้การศึกษาสูงขึ้นแล้วมีข้าราชการประกอบด้วยวุฒิปรีชาในรัฐาภิปาลนโยบายสามารถนำประเทศของตนในอันที่จะก้าวหน้าไปสู่สากลอารยธรรมแห่งโลกโดยสวัสดีสมควรแล้วที่จะพระราชทานพระบรมวโรกาสให้ข้าราชการและประชาชนของพระองค์ได้มีส่วนมีเสียงตามความเห็นดีเห็นชอบในการจรรโลงประเทศสยามให้วัฒนาการในภายภาคหน้า” ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา คือ หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ของชนชาวสยามมาตรา 14 ภายในบังคับแห่งกฎหมายบุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ภายในร่างกายเคหสถานทรัพย์สินการพูดการเขียนการโฆษณาการศึกษาอบรมการประชุมโดยเปิดเผยการตั้งสมาคมการอาชีพ
..........................................................................................................................................

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 2

ตอบคำถามท้ายบทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย (12 ข้อ)

1.ท่านคิดว่าทำไมมนุษย์เราต้องมีกฎหมายหากไม่มีจะเป็นอย่างไร
ตอบ
เพราะว่ามนุษย์เราไม่สามาสารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ จึงจำเป็นต้องอยู่รวมกันเป็นสังคม และจะต้องเกิดมีเหตุความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เกิดการขัดแย้ง ดังนั้นจึงต้องมีการตั้งกฎและระเบียบขึ้นเพื่อจำกัดสิทธิบางอย่าง และให้มีเสรีภาพเท่าที่จำเป็น เพื่อที่มนุษย์จะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
        หากไม่มีกฎหมายอำนาจจะตกอยู่กับผู้ที่มีอำนาจ ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีบทลงโทษ ในที่สุดก็จะไม่มีระเบียบวินัย บ้านเมืองมีปัญหาวุ่นวาย มนุษย์ต่างคนต่างจะทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่เกรงกลัวความผิด และถูกควบคุมโดยผู้มีอิทธิพล
..........................................................................................................................................

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 1

แนะนำตนเอง

  • ประวัติ


ชื่อ: นางสาวกาญจนา ทองรอด  ชื่อเล่น: บู
รหัสประจำตัวนักศึกษา: 5581103039
วันเกิด: 20 สิงหาคม พ.ศ.2536
เชื่อชาติ: ไทย  สัญชาติ: ไทย
ที่อยู่: 27 หมู่ 6 ต.บ้านพร้าว อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง 93110
การศึกษา: ชั้นประถมศึกษา: รร.บ้านตลิ่งชัน
                ชั้นมัธยมศึกษารร.ป่าพะยอมพิทยาคม
การศึกษาปัจจุบัน: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช คณะครุศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ชั้นปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2
คติประจำใจ: ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

ข้อมูลติดต่อ: 
        E - mail : boo.kanchana@gmail.com
      โทรศัพท์ : 080-7089118
     facebook : กาญจนา ทองรอด ศูนย์สามเก้า

  • อุดมการณ์การเป็นครู

     สร้างคนที่มีศักยภาพให้แก่ประเทศชาติ เอาใจใส่ และพัฒนาคนให้มีความพร้อมด้านวิชาการ วิชาชีพ และการดำรงค์ตนให้เป็นคนดีที่สังคมปรารถนา

  • เป้าหมายของนักศึกษา

     จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และได้ทำงานเป็นครู รักอาชีพ รักศิษย์